ผู้หญิงกับรองเท้ากัด*

posted on 12 Jul 2009 14:52 by daoandup

เมื่อวันก่อนขึ้นBTS ก็เลยนั่งอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ สำรวจรองเท้าคนอื่นไปเรื่อยๆ

พบว่ามีผู้หญิงหลายคนที่ทนใส่รองเท้าที่มันกัด  ก็เลยคิดว่า ทำไมผู้หญิงชอบใส่รองเท้าที่มันกัด

กัดๆๆ  จนเป็นแผลพุพองที่เท้า  แล้วก็ยังหา พลาสเตอร์ มาติดๆ เพราะในบางทีตัวเองก็เป็นเหมือนกัน ทรมานมั้ย.. แต่มันมีเหตุผลนะ เหตุผลก็วนไปวนมาค้ะ พยายามหาให้มันมีให้ได้

1.มันสวย

2.ก็ซื้อมาแล้ว ยังไงก็จะใส่

3.ถึงมันจะกัดเรา ทำให้เราเป็นแผล แต่เราก็คิดว่าวันนึงมันจะเลิกกัดเราซะที

4.เราก็มีวิธีป้องกันการกัด ถึงมันจะไม่ค่อยช่วยอะไรเราเท่าไหร่ เอาพลาสเตอร์มาแปะไปก่อนนะ

5.ไม่ยกให้ใครหรอก ก็ซื้อมาแล้วอ่ะ ฉันซื้อของฉันมานะ เงินฉันนะ ฉันชอบนะ

6.ไม่สนคนอื่นจะว่า จะมองยังไง ก็ใส่แล้วมั่นใจอ่ะ

7.มีหลายคู่ที่กัดเรา แต่เราก็พยายามจะใส่ให้ได้ทุกคู่ ถ้าเราทำให้มันหยุดกัดเราไม่ได้ เราก็ต้องมาดูแลตนเองค้ะหาพลาสเตอร์ยามาแปะที่เท้าเราค้ะ เพราะว่ามันถูกกว่าแผ่นแปะรองเท้าที่มีขายตามท้องตลาด

8.พยายามหาคู่ใหม่แล้ว แต่ไม่อยากซื้อแพงน่ะ ก็เลยซื้อแต่199มา คือสรุปว่ายังไงก็กัดเราอยู่ดี เพราะไม่ยอมเสียตังค์เยอะไงค้ะ เสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่ายค้ะ

9.ถ้ากัดเรามากๆ เราจะไม่ใส่ แต่เราจะไม่ทิ้ง เก็บมันไว้ยังงั้น ไม่ทำอะไรค้ะ เราไม่ยกให้ใครฟรีค้ะ เเต่เรามักจะขายต่อ แต่ก็เหมือนว่าจะขายต่อใครไม่ได้ เพื่อนก็ไม่ชอบแบบที่เราชอบค้ะ

10.เราไม่บอกว่าเราจะขาย แต่ถ้าเพื่อนเกิดชอบขึ้นมา เราจะบอกว่าเอามั้ย จะขายต่อให้ถูกๆ ฮ่าๆๆๆ

แถต่อไม่ได้แล้วค้ะ มันเป็นธรรมชาติผู้หญิงค้ะ ขอมีไว้เยอะๆๆตุนๆๆไว้ก่อน ซื้อมาไว้ก่อน จะได้ใส่ไม่ได้ใส่ ค่อยว่ากันอีกที ก็มันสวยค้ะ เอาเถอะคะ จบแล้วค้ะ ฮ่าๆๆ

 

 

วันที่ 26 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา

หากใครได้เปิดฟัง จส.100 ช่วง11โมงกว่าๆ โทรเข้าไป แจ้งว่า ลืมโน้ตบุ้คไว้บนรถแท็กซี่ ทะเบียน ทน 2358 จำสีรถไม่ได้ แต่คิดว่าออก แดงๆ ชมพูๆ ขึ้นจาก พุทธบูชา ไปลงหน้าสี่แยกเอกมัย

เหอๆ เราเองแหละ ช่วงนี้ดังจริงๆ ... งานเข้า

แต่ก็เอาเถอะ มีจส 100 , สวพ.91, ร่วมด้วยช่วยกัน, ศูนย์ขนส่ง โทรไปหมดที่เขามีเพื่อถามข้อมูล รถ ถามว่าใครเป็นเจ้าของจะติดต่อได้ ยังไง เฮ้อ.. ไม่มีเลย ไม่มีติดต่อกลับมา

ประมาณ บ่ายสามได้ ก็ไปแจ้งตำรวจดีกว่า สน.ทองหล่อ คะ

ไปเจอ ร้อยเวร ที่นั่น หล่อค่ะ รับรอง ไปดูได้เลย ยังหนุ่มเหมือนเพิ่งจบ พอมีฐานะ มีรถคะ จบนายร้อยมาหมาดๆ ฮ่าๆ แต่เขาบอกให้เข้าไปแจ้งความที่ฝ่ายสืบสวนก่อน เข้าไปปุ๊บ ก็เจอลุงๆ ทั้งนั้นเลยค้ะ

" น้องไม่ต้องห่วงนะ สน.นี้ จับใครไม่ได้ซักคน ฮ่าๆๆ" ..อืม จะเอาฮาไปไหนหว่า..                                           "น้องจำทะเบียนรถได้ใช่มั้ย งั้นไปค้นในทะเบียนราษฎร์เลย"                                                                    เราค้นเองคะ คีร์เอง ก็ งงเอง ว่า กุเป็นตำรวจชิมิเนี่ย

..คีร์มา ก็ปรากฎ ชื่อ นางสุรีย์ จำนามสกุลไม่ได้ อยู่แถวเตาปูน

พอดีพี่ตำรวจเห็นลูกบ้านในทะเบียน ก็บอกว่า "เออหมวยเนี่ยคนเนี้ย ขายบะหมี่เกี๊ยว ตีนสะพานนี่นา"

ดาบคนนี้ชื่อ ดาบตำรวจประดิษฐ์ ด้วงนคร ค้ะ เมื่อก่อนอยู่ สน. เตาปูน เลยรู้จักคนในท้องถิ่น

ดาบ กับ ผู้ช่วย(คล้ายๆ หน่วยข่าวกรองอ่ะค้ะ ฮ่าๆๆ) แล้วก็ลุงโก๋ อีกคน เป็น ทีมคะ สามคน

เขาบอกว่าไปเลยมั้ย นั่งมอไซค์ไปเลย เราก็อ่ะ ไปก็ไป นั่งมอไซค์ จาก สน.ทองหล่อ มาที่เตาปูน (เป็นการนั่ง มอไซค์ที่ ไกลลลล ที่สุดในชีวิต )  เผื่อไปเจอคนขับรถ ไปถึงปุ๊บปรากฎว่า  เจ๊ สุรีย์ ขี่จักรยานไป โลตัสเตาปูนค้ะ กว่าแกจะกลับมาก็สามทุ่มกว่าๆ เราก็นั่งรอไป คนที่บ้านเจ๊เขาก็เริ่มเปิดเบียร์มาให้ น้าๆตำรวจ ทั้งหลาย

....และแล้วเจ๊ก็มา พร้อมกับคำตอบว่า ขายไปแล้ว โน่น อยู่ที่สหกรณ์แหน่ะ..แต่ดึกแล้ว ต้องไปใหม่พรุ่งนี้แหน่ะ

วันนั้น น้าตำรวจพาเราไปกินข้าวที่บ้านภรรยา ของเขา  ด้วยความสงสารเราเลยให้ตังค์มา ร้อยนึง  ให้เราขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน แล้วเขาก็ไปเข้าเวรต่อที่สน.ทองหล่อ

เฮ้ออ..ปวดหัว แล้ววันต่อมา เราก็ยังไม่เลิกความพยายาม ไปที่ สน. อีก ไปโทรหาสหกรณ์ ใช้โทรศัพท์ โทรๆๆ เขาบอกว่า รถคนนี้ไม่มี วิทยุสื่อสารค้ะ อ๊ะ ซวยไป คนขับรถก็ไม่ติดต่อมานานแล้วด้วย เอ่อ.. หมดละ หนทาง

แต่เราก็ไปที่ สน. อีก เพื่อไปขอให้ พี่ตำรวจทำเรื่อง ขอดูกล้องวงจรปิดค้ะ เพราะเริ่มไม่แน่ใจทะเบียนแล้วค้ะ  เฮ้อ.. แต่เขาคงไม่ทำให้อ่ะค้า คือแต่ดาบตำรวจประดิษฐ์ เขาบอกว่า เพิ่งย้ายมา อยากมีผลงาน .. แต่เราก็เริ่มคิดว่า เรื่องคนอื่นเดือดร้อนมากมายกว่ามากๆ ก็เข้าใจ ถ้าเขาจะไม่ทำให้น่ะคะ ยังไงก็ชื่นชมตำรวจไทยนะค้ะ  ฮาได้อีก แล้วก็ยังใจดีพาไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวอีกด้วยค้ะ ก่อนกลับหัวหน้ากองก็บอกว่า เออนี่ ทำงานที่นี่เลยมั้ย เป็นคนพิมพ์งาน ทำเอกสาร เอามั้ย เจ็ดพัน ไหวมั้ย..เอ่อ ไม่ดีมั้งค้ะ ฮ่าๆ หัวหน้าค้ะ

แต่ก็แปลกดี อยู่ๆเด็กผู้หญิงคนนึง นายร้อยตำรวจก็ไม่เคยเรียน ก็สามารถเดินเข้าไปที่ สน.ทองหล่อ ฝ่ายสืบสวน เดินเข้าออกได้อย่างสบาย ใช้คอมพิวเตอร์สืบค้นทะเบียนราษฎ์ และใช้โทรศัพท์ ได้เเล้วเนี่ย โดยที่ไม่มีใครว่า ฮ่าๆๆตลกดี

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   ตำรวจไทย ใจดี ฮาได้อีก ค้ะ*   แล้วก็อย่าลืมโน้ตบุ้คไว้ในรถแท๊กซี่ค้ะ มันไม่ดีเลย กรรม.. 

แล้วก็อยากให้ขึ้นเงินเดินให้ตำรวจเยอะๆ ค้ะ เพราะว่าเขามีชีวิตอยู่บนความเสี่ยงมากๆ บางทีผู้ร้ายอยู่ดีๆก็มีปืน ใครจะคิดละค้ะ เนอะ.. แล้วดาบก็เป็นดาบ มาตั้งเกือบ ยี่สิบปีแล้ว ไม่เคยได้เลื่อนขั้นค้ะ แถมยังเคยออกบู๊ จนโดนยิงที่ไหล่ขวา ทุกวันนี้ยังมีเจ็บๆ อยู่เลยค้ะ แล้วก็ น่าจะ ขึ้นเบี้ยเลี้ยงให้หน่วยข่าวกรองด้วยก็ดีนะค้ะ เขาก็ไปออกบู๊มาเหมือนกันค้ะ  .. จบข่าว ค้ะ

วิธีทำตนเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายนั้น --ง่ายแสนง่ายคะ-- 

ทุกข้อนี้คิดเองค้ะ นำมาจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันที่เคยพบเจอ

แต่ไม่เคยทำนะค้ะ แต่จะเอาไปใช้ก็ระวังนิดนึงละกันค้า ฮ่าๆๆ

1.อย่าไปยิ้ม ให้คนอื่นที่เพิ่งพบเจอกันเป็นครั้งแรก  ก่อนที่เขาจะยิ้มให้คุณ

2.ถ้าเขายิ้มให้คุณก่อน ให้คิดว่าเขายิ้มเป็นมารยาท และให้ยิ้มสแยะตอบกลับไป แบบไม่ต้องมีมารยาทก็ได้

3.อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะคิดหวังดี จริงใจ และพูดความจริง กับคุณเสมอ เพราะถ้าคุณมารู้ทีหลังว่ามัน ไม่จริงเลย เขาแกล้งทำ คุณจะเสียความรู้สึกปล่าวๆ

4.ถ้าในระหว่างเข้าห้องน้ำในห้าง มีคนแซงคิว ให้พูดออกไปเลยว่า "ทำไมไม่ต่อแถว" แต่อันนี้ต้องดูก่อนว่า เขามาคนเดียวใช่มั้ย จะได้ตัวต่อตัวไหว

5.และในทางเดียวกัน ถ้าพบว่าคุณแซงคิวห้องน้ำได้ ให้เดินแซงเข้าไปเลย แบบว่าไม่ต้องสนใจเสียงเรียก        หรือแววตาแสดงความรังเกียจของคนข้างหลัง หรือเด็กคนข้างหน้าที่ร้องว่า "ปวดฉี่ๆๆ"

6.ถ้าอยู่บนรถโดยสารสาธารณะ รถเกิดเบรกกะทันหัน หรือบิดเกลียวครึ่งรอบ คุณเกือบจะทรงตัวไม่ไหวแล้ว ให้คุณปล่อยตามธรรมชาติ เซไปหาคนข้างๆให้สุดๆ ให้เขาเป็นหลักให้เราแทน ฮ่าๆ

7.ขับรถ ให้บีบแตรดังๆ ค้างๆ ยาวๆ ก็พอ เวลาที่ไม่พอใจนิดหน่อย

8.ขับรถให้ บีบแตร ดังๆ ค้างๆ ยาวๆ เปิดกระจกตะโกนด่า เวลาไม่พอใจแบบปานกลาง

9.ขับรถ ให้ ทำทุกอย่างที่สถุนสุดๆ เวลาไม่พอใจ ด่าคำหยาบ ชูนิ้วกลาง  พกปืนไว้ในรถ เอาขึ้นมาขู่เฉยๆ ไม่ต้องยิงจริงๆ แล้วต้องแน่ใจว่าไอ้คันนั้นมัน ไม่มีปืน หรือมีปืน แต่ต้องไม่มีกระสุน ถ้าไม่เถื่อนแบบหักดิบจริงๆ ไม่แนะนำ เพราะอาจจะเสียชีวิตฟรี

10.เมื่อมีคนหูหนวก หรือไม่ได้ยิน มาขายปากกา ให้เขียนตอบไปในกระดาษของเขาว่า ที่บ้านเป็นร้านเครื่องเขียน เปิดเป็น B2S อะไรก็ว่าไป วิธีนี้ใช้ได้กับ คนขายหวย--บอกเขาว่า บ้านอยู่ติดกองสลาก หรือกับคนขายมะม่วง--บอกว่าที่บ้านเป็นสวนมะม่วง หรือะไรก็ได้ ให้เขาไปซะที

11.สำหรับคนที่มาเช็ดกระจกหน้ารถ ปล่อยเขา ให้เขาเช็ดให้เสร็จ พอเดินมาใกล้ๆเรา เปิดกระจก บอกเขาไปว่า พี่ผ่านแยกนี้ทุกวัน ถ้าน้องจะเอา 5 บาทจากพี่ทุกวัน เดี๋ยวพี่ ส่งเสียค่าเทอมให้เลยไหม..แล้วเขาจะอึ้ง --ถ้าโชคดีไฟจะเขียวพอดี แต่ถ้าโชคร้าย อื้ม วันหลังคงจะผ่านไปแยกนั้นไม่ได้แล้วแหละ ฮ่าๆ

12. เจอคนมาแจกแบบสอบถาม แจกใบปลิว ให้คิดว่าเป็นพวกมิจฉาชีพ อย่าไปรับ อย่าไปคุยด้วย อันตรายๆๆๆ

-*-

จริงๆแล้วบางเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราควรระวังตัวนะค้ะ  อย่างไรก็ตามถึงเราเป็นคนมองโลกในแง่ดีก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง เพราะบางโอกาส คนไม่ดีก็ใช้ประโยชน์จากความมองโลกในแง่ดีของเรานี่แหละค้ะ เป็นเครื่องมือ..

เฮ้อ..หัดใจร้ายไว้บ้างนะคะ ทุกคน มีอะไรเพิ่มเติม เม้นท์ได้เน้อ

ซอย daoandup*

posted on 26 Apr 2009 04:32 by daoandup

ซอยนี้ ไม่มีอยู่จริงในประเทศไทยหรอกคะ..ฮ่าๆ

แต่จริงๆก็มีนะคะ.. อยู่แถวๆ เนี้ย!  [^_^]

สองรูปนี้ วาดเล่นเฉยๆค้ะ ดูเป็นจินตนาการ ที่ออกจะยกยอปอปั้นตัวเองนิดนึง

เผื่อว่า มีเงินมากๆ จะได้เอาเงินไปกว้านซื้อที่ เอาให้หมดทั้งซอยเลยคะ

แล้วก็ตั้งชื่อซอย เป็นชื่อตัวเราเองซะเลย

เหมือนชื่อ ถนน ที่เขามักจะนำชื่อคนที่สร้าง มาตั้งน่ะค่ะ อิอิ ดูยิ่งใหญ่ เป็นที่น่าจดจำ

-*- เพื่ออะไรก็ไม่รู้อ่ะ... ซอยอื่นอาจจะมีที่เยอะๆไว้ทำธุรกิจนะ ขายของ ให้เช่าที่

ถ้าเรามีซอยทั้งซอยเป็นของตัวเอง จะทำเป็นอะไรดี..

ปลูกต้นไม้แล้วกันน้ะ..เอาที่มีดอกๆ เยอะๆ แล้วก็ปั่นจักรยาน ไปๆมาๆ ได้

มีน้ำพุ มีคนมาจูงหมาเล่นอ่ะ มีนก มีปลา มีขนมเค้ก มีไอติม แล้วถ้าใครมาจะรู้สึกมีความสุขมากๆ

โฮ่ๆๆ เดินออกไปปั๊บ ตัวจะเป็นสีๆ ฮ่าๆๆ ทำไมคนไม่เป็นสีๆ เเบบในการ์ตูนนะ ฮ่าๆๆ คงตลกมากๆอ่า

สรุปว่า.. เพ้อเจ้อมากไปแล้วนะ ..เอางี้ดีกว่า ถ้าใครอยากได้ป้ายซอยบ้าง ขอให้บอกนะจ้ะ

ถ้ามีเวลาจะวาดให้เลย เอ้า!ไม่ต้องแย่งกันนะคะ โหย.. ยกมือกันให้พรึบเลยทีเดียว เอิ๊กๆๆ >_<" 

ปล. daoandup* อ่านว่า ดาวแอนด์อัพ  มาจาก up and down  , down and up จ้า

 

edit @ 27 Apr 2009 00:27:27 by daoandup*

edit @ 27 Apr 2009 00:28:17 by daoandup*

สวัสดีค้ะ..ท่านผู้ชม

มาดรูปออฟฟิศนกฮูกดีไซน์กันเพลินๆดีกว่าจ้ะ

ป้ายหน้าร้านก็เด่นหราซะขนาดนี้แล้ว อิอิ

ดิสเพลด้านหน้าค้ะ

มีป้ายบอกไว้ว่า มาๆซิ มาเป็นแฟนพี่ดีกว่าน้า ฮ่าๆๆ..ม่ายช่ายละ

มีโปสการ์ด มีรูปถ่าย มีงานศิลปะ มีเสื้อยืด รองเท้า กระเป๋า มีหนังสือ มีเพลงฟัง มีรอยยิ้มด้วยนะจ้ะ

ประตูนี้ปิดไว้ ไม่ให้โยดาแอบมาวิ่งเล่นในร้านค้ะ..

เอาละ มาถึงประตูออฟฟิศแล้วค้า

มาดูกันว่าอะไรอยู่หลังประตูบานนี้

ผ้าใบใหญ่ยักษ์ แสดงว่าเนี่ย ถึงรังนกฮูกแล้วจ้า อิอิ

อันนี้ที่ทำงานนกฮูกตัวพ่อค้ะ อิอิ..แอบถ่ายตอนพี่แก๊งค์ไม่อยู๋นะเจ้า

อันนี้ที่ทำงานเดี๊ยนเองค้า สังเกตุว่ามีแตงโมด้วย เอาไว้ดับร้อนค้ะ..แต่ไม่ดับค้ะ แย่เลย

ส่วนโบร์ชัว สีออกส้มๆที่มุมขวาเนี่ย ฝีมือพี่แก๊งค์เขาค้ะ  ออกแบบเพื่อกาแฟวาวี

ปล.วันนั้นลองชิม วาวี แล้ว นอนไม่หลับไปสามวันทีเดียวค่ะ..ฮ่าๆๆ เว่อร์ค้ะเว่อร์

ปฏิทินไว้ดูกำหนดวันส่งงาน วางอยู่บนคอมพิวเตอร์ของพี่แก๊งค์ค้ะ

อันนี้เป็นโคมไฟ แต่ไม่เคยอยู่ที่ออฟฟิศจนดึก เลยไม่เคยเห็นว่าตอนเปิดเป็นสีอะไรค้ะ

นกฮูก paper toy กับ เม้าส์รูปปลาน้อย เหอๆๆ น่ารักดี เลยจับมาวางคู่กันค้ะ ตาแป๋วเหมือนกันเลย

พอก้มลงไปใต้โต๊ะ ก็เจอโยดาค้ะ ท่าอาจารย์แก่แล้วค่ะ เลยหน้าย่นแบบนี้ ฮ่าๆๆ..

ขอโทษทีนะ โยดา อิอิ..

ยังไงถ้าแวะมาเชียงใหม่ มานกฮูกด้วยนะคะ...

www.nokhookdesign.com

 

 

ความรัก เชิญยิ้ม

posted on 17 Apr 2009 00:06 by daoandup

เอาล่ะ.. หัวข้อเรื่องก็ฮาแล้ว

วันนี้อยากพูดถึงเรื่องความรัก จริงๆแล้วคิดมาหลายครั้งมากแล้ว ว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้..

อะไรที่ทำให้คนเรา คิดจะเริ่มต้นความรู้สึกดีๆกับใครสักคนนะ.. อยากรู้ว่าคิดอะไร ชอบกินอะไร อยู่ไหน  มีความสุขไหม เราอยากเห็นรอยยิ้มของเขาทุกวัน..แปลก

แล้วอะไรที่ทำให้ คนเราอยากจะเลิกคบ ไม่อยากเจอ ไม่อยากรับรู้ถึงความเป็นไป ของคนที่เราเคย รู้สึกดีๆด้วยอย่างมากในระยะเวลาช่วงหนึ่งของชีวิต.. แปลก...แค่น้ำตา ยังไม่อยากเช็ดให้เปื้อนมือ..

ก่อนเราจะเอา หัวใจอากาศ ในกำมือเรา ไปใส่ไว้ในอุ้งมือเขา เราลืมไปหรือเปล่า ว่า หัวใจที่เต้นตุ้บๆ จริงๆแล้วมันอยู่ใน หน้าอกข้างซ้ายของเราเอง ถ้าเรากลั้นหายใจ เราก็ตาย .. ฮ่าๆๆ ทนให้ได้แล้วกัน 

ถ้าวันนึงเขาจะเอา หัวใจอากาศ ของเราที่อยู่ในกำมือเขา ขว้างทิ้งไปซะดื้อๆ เขาคงไม่เดือดร้อนอะไร และเราก็ไม่ควรจะต้องเดือดร้อนอะไร..

เวลาเดินทางไปไหน สังเกตุไหม ว่าขาไป กว่าจะไปถึง นานเหลือเกิน ไกลก็ไกล แต่พอขากลับมา ทำไมมันรวดเร็วอะไรปานนั้น ถึงบ้านเร็วกว่าที่คิดไว้

คงเหมือนกัน ความรัก --- ตอนขามาก็คิดว่าจะไปด้วยกัน ขึ้นรถคันเดียวกัน กว่าจะมาถึงวันที่รักกันได้ ต้องผ่านอะไรเยอะแยะตาแป๊ะไก่..แต่พอขากลับ ทางใครทางมัน ตัวใครตัวมัน จะไปไหนก็ไป เราไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว

ตลกมั้ย.. วันนี้กำลังเริ่มมีความรู้สึกดี ให้ใครคนนึง  เหมือนรถทัวร์นครชัยแอร์กำลังออกตัวจากชานชาลา.. แต่ก็อดทิ้งนิสัยเดิมๆ ไม่ได้ ขี้ใจน้อย โวยวาย ... กลัวว่าตัวเองจะคิดไปเองคนเดียว...แถมยังกลัว  ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นใหม่ได้ไหม.. เข็ดชะมัด ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว..จะฮาไปไหนเนี่ย

ถ้าการเลิกกัน จะแสดงภาพให้ชัดเจนได้โดยการ ที่ผู้ชายคนนึงหันหลังควับ เดินไป อย่างไม่หันกลับมามองข้างหลังอีก แต่ผู้หญิงเดินถอยหลังไกลออกไปอย่างหันรีหันขวาง หยุดบ้าง เดินต่อบ้าง แล้วมาสะดุดยอดหญ้า ชนผู้ชายอีกคนนึง ที่กำลังเดินจากใครคนนึงออกมา อย่างหันรีหันขวางเช่นกัน... นั่นก็เปรียบได้กับเราเนี่ยแหละ

ฉันกับรุ่นพี่ผู้ชายคนนึง มักเถียงเสมอว่าเกิดอะไรขึ้น กับผู้ชายและผู้หญิง ในธรรมชาติของทั้งสองฝ่าย

ผู้หญิงมักชอบขุดคุ้ยปัญหาเก่าๆ ที่แค่ต้องการคำอธิบายซ้ำซาก ปนคำง้อ ขอโทษ และจริงใจ..มากไปป่าว๊า  แต่ผู้ชายจะไม่แก้ปัญหาใดๆ แล้วถ้าปัญหาสะสมมากขึ้นๆ มันเยอะนักก็จะหนีปัญหาไปเลย..ข้อนี้ ฝ่ายหญิงแก้ได้โดยการไม่รับรู้ ในการมีอยู่ของปัญหาต่างๆ รู้สึกไม่ดียังไง ไม่ต้องแสดงออกมา   ช่างมัน..แล้วการ ทะเลาะกัน จะไม่เกิด เราจะอยู่ร่วมโลกกันอย่างมีความสุขต่อไป..

เดี๋ยวมาเขียนต่อแล้วกัน..เริ่มเบื่อเรื่องทางโลกแล้ว..

 

edit @ 20 Apr 2009 18:48:19 by daoandup*

ต่อให้ต้องบอกในใจ*

posted on 07 Apr 2009 23:48 by daoandup

 

ทำไมถึงมาไกลถึงเชียงใหม่

ทำไมไม่ฝึกงานที่กรุงเทพฯ

:: คิดในใจ

... หนีมา 

หนีใครมา

หนี...

ตัวเอง...

ไม่ต้องถามว่าทำไมหรอก

...ไม่อยากพูดถึงน่ะ

เดี๋ยวมันตามมาเจอ...

 

edit @ 8 Apr 2009 00:15:30 by daoandup*